top of page

ไบรอัน จอห์นสัน (Bryan Johnson) กับการดูแลสุขภาพขั้นสุด แต่เจอโรคที่รักษาให้หายขาดไม่ได้

11 ก.ค.
ยาว 1 นาที
เครดิตภาพ : Bryan Johnson (Youtube)
เครดิตภาพ : Bryan Johnson (Youtube)

เป็นข่าวที่น่าติดตามอีกข่าวหนึ่งของวงการแพทย์และ วงการสายดูแลสุขภาพ หลายคนอาจพอเห็นเขาผ่านโซเชียลมีเดียบ้างว่า “ไบรอัน จอห์นสัน ได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองมากที่สุดในวงการ Longevity เขาเป็นผู้ที่ดูแลสุขภาพอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร การนอนหลับ การออกกำลังกาย การบริโภคอาหารเสริม เพื่อให้ได้ค่าวัดของร่างกาย ให้ใกล้เคียงภาวะปกติให้มากที่สุด ไลฟ์สไตล์ของเขาจะให้ความสำคัญกับสุขภาพร่างกายตัวเองมาก เขาถึงขนาดสร้างโปรเจ็คใหญ่ของโครงการ  Blueprint ถึงการมีชีวิตที่ยืนยาว โดยที่ตัวเขาเองจะเป็นผู้ริเริ่มการทดลองโครงการนี้

 

มหาเศรษฐี ด้านเทคโนโลยีอย่างไบรอัน จอห์นสัน ในวัย 48 ปีรายนี้ ทุ่มงบประมาณกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ให้กับ โครงการ Blueprint เพื่อทดลองชะลอวัยและลดอายุชีวภาพของตัวเองให้อยู่ที่ 18 ปี

เครดิตภาพ : Brayan Johnson (Youtube)
เครดิตภาพ : Brayan Johnson (Youtube)

การทุ่มเงินย้อนวัย (Anti-Aging): เขาทุ่มงบประมาณหลายล้านดอลลาร์ในแต่ละปีเพื่อจ้างทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ โดยใช้เทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยที่สุด

โครงการ Blueprint: โปรเจกต์ที่เขาใช้ควบคุมชีวิตประจำวันแบบเข้มงวดที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับประทานอาหาร อาหารเสริม การออกกำลังกาย การนอนหลับอย่างเป็นเวลา รวมถึงการใช้เลเซอร์บำบัด

การวัดผลทางชีวภาพ: เขาทำการเจาะเลือด สแกนร่างกาย และวัดข้อมูลทางชีวภาพนับไม่ถ้วนทุกวัน เพื่อพยายามลดอายุชีวภาพของตัวเองให้กลับไปเทียบเท่าเด็กวัย 18 ปี

จุดกระแส Biohacking: เขากลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่เผยแพร่ข้อมูล แนวคิด และผลลัพธ์การทดลองชะลอวัยของเขาให้คนทั่วไปได้รับรู้ผ่านทางเว็บไซต์ Project Blueprint ซึ่งมีผู้คนให้ความสนใจและทำตามไปทั่วโลก

 

เป็นการทดลองที่เป็นสัญญาณหนึ่งที่ทำให้ผู้คนเริ่มมาให้ความสนใจในเรื่องของLongevity หรือการชะลอวัยของมนุษย์ ประจวบกับความล้ำสมัยของเทคโนโลยีของเครื่องมือในการตรวจเช็คระดับสารต่างในร่างกายได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นกว่าสมัยก่อน ทำให้บางโรคร้าย สามารถที่จะป้องกันและหยุดยั้งโรคได้บ้าง

 

เมื่อไม่นานไบรอัน จอห์นสัน ได้โพสต์ผ่านทางโลกออนไลน์ ว่า เขาเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง กระเพาะอาหารของผมกำลังกินตัวเอง โรคที่เขาเป็นคือ Autoimmune Gastritis (AIG) หรือ โรคภูมิคุ้มกันทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันเข้าใจผิดและหันมาโจมตีเซลล์กระเพาะอาหารของตัวเอง ส่งผลให้การสร้างกรดในกระเพาะและการดูดซึมสารอาหารค่อย ๆ ลดลง ปัจจุบันโรคนี้ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด

 

แม้ AIG จะไม่ใช่โรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยตรง แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า พันธุกรรมมีส่วนเพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง หรือผู้ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันชนิดอื่นอยู่แล้ว เช่น โรคไทรอยด์อักเสบจากภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นภาวะที่พบร่วมกับ AIG ได้บ่อย

AIG พบได้ราว 2 - 5% ของประชากร แต่ผู้ป่วยจำนวนมากกลับไม่เคยรู้ตัว เพราะโรคสามารถดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ เป็นเวลาหลายปี กว่าจะเริ่มแสดงอาการหรือถูกตรวจพบ

สิ่งที่เขาเป็นอยู่นั้นแท้จริงแล้วเป็นภาวะที่ร้ายแรง – รักษาไม่หาย และอาจนำไปสู่ภาวะดูดซึมสารอาหารบกพร่อง ในผู้หญิง อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ หากเซลล์ลุกลามต่อไป อาจกลายเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้

จอห์นสันกล่าวว่า ยาที่เขาได้รับเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำตอนอายุ 21 ปี อาจปกปิดอาการที่เกิดจากโรคภูมิต้านตนเอง ทำให้ตรวจพบได้ช้า

“ด้วยการรับประทานยาเหล่านี้ทุกวัน ร่างกายของผมจึงสามารถทำงานได้ราวกับว่าต่อมไทรอยด์ของผมทำงานได้อย่างปกติ” เขากล่าว โดยอ้างถึงยาฮอร์โมนเลโวไทรอกซีนและอาร์มัวร์ไทรอยด์ (hormone medications levothyroxine and Armour Thyroid.)

เครดิตภาพ : Bryan Johnson (Youtube)
เครดิตภาพ : Bryan Johnson (Youtube)

จอห์นสันระบุว่า ปัญหาสุขภาพของเขาไม่ได้เกิดจากโรคเพียงโรคเดียว แต่เป็นกลุ่มโรคภูมิคุ้มกันที่เชื่อมโยงกัน หรือที่แพทย์เรียกว่า Thyrogastric Syndrome ประกอบด้วย

  • ภาวะขาดธาตุเหล็ก

  • โรคภูมิคุ้มกันทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร (Autoimmune Gastritis)

  • โรคไทรอยด์อักเสบจากภูมิคุ้มกัน (Autoimmune Thyroid Disease)

ทั้งสามภาวะนี้ส่งผลกระทบต่อกันเป็นวงจร งานวิจัยพบว่า การขาดธาตุเหล็กอาจลดประสิทธิภาพในการเปลี่ยนฮอร์โมนไทรอยด์ให้อยู่ในรูปแบบที่ออกฤทธิ์ได้ ขณะที่ภาวะไทรอยด์ทำงานผิดปกติก็ส่งผลต่อการนำธาตุเหล็กไปใช้ของร่างกาย ทำให้แต่ละโรคยิ่งซ้ำเติมกันและทำให้การรักษามีความซับซ้อนมากขึ้น

ปัจจุบัน จอห์นสันได้รับการให้ธาตุเหล็กทางหลอดเลือดดำเพื่อแก้ไขภาวะขาดธาตุเหล็กที่เกิดจากโรค อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า โรคภูมิคุ้มกันทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดในปัจจุบัน

แนวทางการรักษาตามมาตรฐานจึงมุ่งเน้นการควบคุมโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามระดับธาตุเหล็กและวิตามินบี 12 การป้องกันภาวะขาดสารอาหาร รวมถึงการเฝ้าระวังความเสี่ยงของมะเร็งกระเพาะอาหารและเนื้องอกที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

เครดิตภาพ : Bryan Johnson (Youtube)
เครดิตภาพ : Bryan Johnson (Youtube)
อย่างไรก็ตาม โครงการของ จอห์นสัน ทำให้เห็นมุมมองที่หลากหลายวิวัฒนาการของมนุษย์เพื่อที่จะอายุยืนยาวมากขึ้น หรืออาจจะเรียกว่า Bio hacking โดยที่เจ็บป่วยน้อยลง การใช้ชีวิตไปพร้อมกับโรคเกิดใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ที่ทางการแพทย์ยังหาวีธีการรักษาให้หายขาดไม่ได้ สิ่งที่น่าคิดคือ ปัจจุบันเราจะเห็นว่า โรคเกิดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไลฟ์สไตล์ของสังคมทุกวันนี้ สภาวะสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ที่มาในรูปแบบ มลภาวะทางอากาศ ทางเสียง หรือสารเคมีปนเปื้อนต่างๆในอาหาร และขณะเดียวกันเทคโนโลยียิ่งล้ำสมัยมากขึ้นก็สามารถตรวจพบเจออาการของโรคและวินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น ซึ่งค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

 

 

อ้างอิงจาก :

ความคิดเห็น


bottom of page