CAR-T Cell นวัตกรรมการแพทย์ภูมิคุ้มกันบำบัดขั้นสูง กำจัดเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะแม่นยำ

คำพูดที่ว่า โอกาสที่มนุษย์จะอายุยืนขึ้น ไม่ไกลเกินจริง เมื่อโครงสร้างพื้นฐานในการใช้ชีวิตรวมถึง ความก้าวล้ำถึงนวัตกรรมการแพทย์ที่ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จแม่นยำในการรักษา มากขึ้นเรื่อย ๆ หากย้อนเวลาไปได้ 39 ปี ความก้าวหน้าในการรักษาทางการแพทย์ ที่เหมือนปัจจุบัน คุณพ่อของฉันน่าจะยืดอายุท่านได้มากกว่านี้ ซึ่งตอนนั้นฉันพึ่งอายุ 5 ขวบ ยังไม่ได้สัมผัสความรักจากคุณพ่อ ท่านเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ถ้าได้นำ CAR-T Cell มาต่อสู้กับโรคนี้ โอกาสที่จะได้อยู่กับท่าน นานๆ มีโอกาสหาย เป็นไปได้มากทีเดียว

บทความนี้เลยมาอัพเดทถึงนวัตกรรมการแพทย์ โดยใช้เซลล์บำบัด เป็นที่น่าสนใจและเป็นการรักษาและความหวังของคนที่เป็นโรคมะเร็ง
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ. หาดใหญ่) วิจัยและพัฒนาสำเร็จในการใช้นวัตกรรมเซลล์บำบัด PSU CD19 CAR-T Cell เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่มีประสิทธิภาพสูง (ไม่ใช่ที่วิทยาเขตภูเก็ตโดยตรง แต่เป็นความสำเร็จของคณะแพทยศาสตร์ ม.อ. สงขลา ที่โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในภูมิภาค รวมถึงภูเก็ตให้ความสนใจและร่วมศึกษาดูงาน)
CAR-T Cell คืออะไร ทำไมถึงกำจัดเซลล์มะเร็งได้
CAR-T Cell ไม่ใช่ยาเคมีบำบัดทั่วไป แต่คือ "การนำเซลล์เม็ดเลือดขาว" ซึ่งเป็นทหารภูมิคุ้มกันในร่างกายของผู้ป่วยเอง มาดัดแปลงทางพันธุกรรมเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น เหมือนการติดอาวุธและติดตั้งเรดาร์ให้ CAR-T Cell รู้จักและจดจำเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำ

จากนั้นจึงฉีด CAR-T Cell กลับเข้าไปในร่างกาย เพื่อให้กำจัดเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะแม่นยำ ปัจจุบัน CD19CAR-T cell สามารถรักษาผู้ป่วยได้ 3 โรคหลัก ได้แก่ โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) และโรคแพ้ภูมิตนเอง (SLE)
จุดแข็งสำคัญของเทคโนโลยีนี้ คือ ประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน สามารถทำให้หายจากโรคได้ ร้อยละ 90
นอกจากนี้ กระบวนการผลิตตั้งแต่เก็บเซลล์จากผู้ป่วย นำไปผลิตในโรงงานมาตรฐาน GMP และใส่กลับคืนสู่ร่างกาย ใช้เวลาสั้นเพียง 7 วันเท่านั้น และมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการรักษามาตรฐานอื่นในปัจจุบัน

รายละเอียดนวัตกรรมการรักษา
ใช้เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมปรับแต่งเซลล์เม็ดเลือดขาวของผู้ป่วย เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำ
ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งโรคเลือดระยะสุดท้ายที่ไม่ตอบสนองต่อวิธีปกติ
ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายลงมากกว่าการนำเข้าเซลล์รักษาจากต่างประเทศ
ระบบภูมิคุ้มกันปกติของร่างกายมีหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ รวมถึงเซลล์มะเร็ง ซึ่งถือเป็นเซลล์ร่างกายที่ผิดปกติ อย่างไรก็ตามเซลล์มะเร็งที่มีความรุนแรงสามารถหลบหลีกการตรวจจับของระบบภูมิคุ้มกันและเจริญเติบโตได้ นักวิจัยจึงออกแบบโปรตีนตัวรับลูกผสม CAR เพื่อปรับเปลี่ยนเซลล์ภูมิคุ้มกันให้มีความสามารถในการค้นหาเซลล์มะเร็งเป้าหมาย มีความสามารถในการฆ่าเซลล์มะเร็ง และสามารถทำงานภายในร่างกายอย่างต่อเนื่อง โดยกระบวนการผลิต CAR-T cell จากเซลล์ทีของผู้ป่วยหรือผู้บริจาคซึ่งจัดเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูง (Advanced Therapy Medicinal Products; ATMPs) ชนิดยีนบำบัดประกอบด้วยการเก็บแยกเซลล์เม็ดเลือดขาว การคัดแยกและการกระตุ้นเซลล์ที การนำส่งยีน CAR การเพาะเลี้ยงเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ และการตั้งตำรับยา

โรงพยาบาลศิริราช เป็นอีกหนึ่งโรงพยาบาลที่ทำการวิจัยมาตลอด โดยกระบวนการผลิตทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ภายในห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อ ซึ่งจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์วิธีการผลิตที่ดี (Good Manufacturing Practice, GMP) มีการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ การตรวจสอบคุณภาพในระหว่างกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน การควบคุมคุณภาพก่อนการปล่อยผ่านผลิตภัณฑ์ด้วยการควบคุมอัตลักษณ์ สิ่งปนเปื้อน ความปราศจากเชื้อ ความปลอดภัย และความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งของ CAR-T cell รวมถึงการทดสอบความคงตัวของผลิตภัณฑ์ระหว่างการนำส่งและการเก็บรักษา ทั้งนี้การผลิต CAR-T cell ที่โรงพยาบาลศิริราชใช้ระบบการผลิตกึ่งอัตโนมัติที่เป็นระบบปิดที่เข้าเกณฑ์มาตรฐานGMP โดยมีค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนการผลิตต่ำกว่าการผลิตเชิงพาณิชย์ที่มีค่าใช้จ่ายราว 15−20 ล้านบาทประมาณสิบเท่า จึงเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงนี้ในประเทศไทย

การรักษาโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาด้วย CAR-T cell
1. Cluster of differentiation 19 (CD19) เป็น B-lymphocyte antigen ซึ่งแสดงออกบนผิวเซลล์ของมะเร็งที่มีต้นกำเนิดจาก B-cell หลายชนิด ได้แก่ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองกลุ่มบีเซลล์ (B cell lymphoma) และมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมฟอยด์กลุ่มบีเซลล์ (B-cell precursor acute lymphoblastic leukemia; B-ALL)
2. B-cell maturation antigen (BCMA) เป็น transmembrane glycoprotein ที่อยู่ใน TNF receptor superfamily 17 (TNFRSF17) ซึ่งพบมากบนผิวของเซลล์มะเร็งไขกระดูกมัลติเพิลมัยอิโลมา (multiple myeloma)
ผู้ป่วยกลุ่มแรกที่มีการศึกษานำ CAR-T cell มาใช้ในการรักษาคือกลุ่มผู้ป่วยที่ดื้อต่อการรักษาหรือมีการกลับมาเป็นซ้ำของโรคหลังจากได้รับการรักษาหลายชนิดก่อนหน้า อาทิ ยาเคมีบำบัด ยารักษามะเร็งมุ่งเป้า และการปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งพบว่าผู้ป่วยตอบสนองต่อการรักษาต่อ CAR-T cell ดีกว่าการรักษาอื่น รวมถึงพบว่ามีผู้ป่วยส่วนหนึ่งสามารถหายขาดจากโรค จึงนำไปสู่การอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาให้ใช้เป็นการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยกลุ่มนี้
นอกจากนี้ทิศทางการศึกษาในปัจจุบันจะมุ่งเน้นการนำ CAR-T cell มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยตั้งแต่ระยะแรกเพื่อทดแทนการรักษาอื่นโดยเฉพาะการปลูกถ่ายไขกระดูก รวมถึงหาเป้าหมายใหม่เพื่อให้สามารถรักษามะเร็งหลากหลายชนิดมากขึ้น ซึ่งหมายรวมถึงมะเร็งชนิดก้อน

สำหรับการรักษาด้วย CAR-T cell ในโรงพยาบาลศิริราช เกิดจากความร่วมมือระหว่าง สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ และศูนย์ความเป็นเลิศทางงานวิจัยสเต็มเซลล์ของศิริราช เพื่อนำเอา CAR-T cell ที่มี CD19 เป็นโปรตีนเป้าหมายมาศึกษาเพื่อใช้ในการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองกลุ่มบีเซลล์และมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมฟอยด์กลุ่มบีเซลล์ที่ดื้อต่อการรักษาอื่นหรือมีการกลับมาเป็นซ้ำของโรค โดยเริ่มวางแผนการผลิต CAR-T cell ที่มีมาตรฐานและความปลอดภัยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 และดำเนินการศึกษาวิจัยเพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งที่ผลิตที่โรงพยาบาลศิริราชในผู้ป่วยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566
ซึ่งปัจจุบันทำการรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้รวม 8 ราย และพบว่าผลการรักษาดีเทียบเคียงกับผลการศึกษาก่อนหน้าในต่างประเทศ โดยในอนาคตมีแผนการในระยะยาวที่จะรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาแนวทางการบริหารยาให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีผลลัพธ์การรักษาที่ดียิ่งขึ้น และพัฒนาให้เซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ขั้นสูงและมีราคาแพงให้เป็นการรักษามาตรฐานในประเทศไทย เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งโลหิตวิทยาและผู้ป่วยมะเร็งชนิดอื่น ๆ ให้หายขาด

เมื่อไม่นานในปีนี้ ถือเป็นข่าวดี ของวิธีการรักษามะเร็งขั้นสูง โดยการใช้ เซลล์บำบัด ที่เรียกว่า CAR-T CELL คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดตัว PSU CAR-T Cell การรักษามะเร็งที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมเร่งสร้างโรงงาน มุ่งเป้าการผลิตเพื่อช่วยผู้ป่วยมะเร็งให้ได้มากกว่า 100 รายต่อปี ผศ.พญ.นลินี โกวิทวนาวงษ์รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เผยความคืบหน้าการรักษาผู้ป่วยมะเร็งโรคเลือด ว่าขณะนี้ทางคณะแพทยศาสตร์ ม.อ.ได้นำนวัตกรรมการรักษาโดยการใช้เซลล์บำบัดที่เรียกว่า CAR-T Cell มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาว และโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLE ซึ่งผลการรักษาพบว่าผู้ป่วยหายขาดแล้วเกือบร้อยละ 90
รศ.ดร.พญ.จักราวดี จุฬามณี ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดและรักษาด้วยเซลล์บำบัด ได้ศึกษาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการรักษาด้วย PSU CAR-T Cell เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง โดยสามารถลดต้นทุนจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ที่ราคาสูงเกือบ 20 ล้านบาท ให้เหลือเพียง 2 ล้านบาท

ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาระบบการรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทางคณะแพทยศาสตร์ ม.อ. จึงสร้างโรงงานผลิต PSU CD19CAR-T Cell เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตจากเดิมราว 30 รายต่อปี ให้ได้ “มากกว่า 100 รายต่อปี” พร้อมเปิดความร่วมมือกับภาคเอกชนและเครือข่ายต่างประเทศ เพื่อขยายการรักษาและต่อยอดในระดับสากล
โดยในส่วนของความร่วมมือกับภาคเอกชน ทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จับมือกับ บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต จำกัด ในการลงนามความร่วมมือ พัฒนานวัตกรรมด้าน CAR-T Cell Therapy ซึ่งเป็นการผสานศักยภาพของภาควิชาการ งานวิจัย และภาคบริการทางการแพทย์ เพื่อวางรากฐานการดูแลผู้ป่วยด้วยนวัตกรรมการรักษาขั้นสูง ทั้งด้าน Precision Medicine และ Advanced Therapy Medicinal Products หรือ ATMPs อย่างเป็นระบบ ปลอดภัย และมีมาตรฐาน ควบคู่ไปกับการสร้างระบบดูแลครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกผู้ป่วย

การประเมินความเหมาะสม การวางแผนการรักษา การดูแลความปลอดภัย การเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน และการติดตามผลลัพธ์ระยะยาว โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาขั้นสูงให้แก่ผู้ป่วยในพื้นที่ฝั่งอันดามัน ภาคใต้ ประเทศไทย และผู้ป่วยจากต่างประเทศ พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ขั้นสูงในระดับนานาชาติ บนพื้นฐานของมาตรฐาน ความปลอดภัย งานวิจัย และคุณค่าที่แท้จริงต่อผู้ป่วย
ตัวอย่างแบบประกันที่คุ้มครอง มะเร็งต่อมน้ำเหลืองมะเร็งเม็ดเลือดขาว และโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLEที่น่าสนใจ เช่น แบบประกันของกรุงเทพประกันชีวิต (สอบถามเพิ่มเติม)
· บีแอลเอ แคนเซอร์ แม็กซ์ ความคุ้มครองมะเร็งแบบเต็มแม็กซ์ คุ้มครองมะเร็งทุกระยะ
· สัญญาเพิ่มเติม แฮปปี้ ซีไอ คุ้มครองโรคร้ายแรง + โรคผู้สูงอายุ ครอบคลุม 6 กลุ่มโรค : มะเร็ง หัวใจ สมองและระบบประสาท ไต การติดเชื้ออย่างรุนแรง และโรคผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน
· สัญญาเพิ่มเติม บีแอลเอ ซุปเปอร์ แคร์ คุ้มครองโรคร้าย 6 กลุ่ม รวมทั้งหมด 47 โรคร้ายแรง
ทุกการรักษาโรคร้าย มีค่าใช้จ่าย ที่ค่อนข้างสูง ถึงสูงมากแล้วแต่ว่าเราจะตรวจเจอโรคร้ายชนิดไหน การวางแผนการเงินที่ลดค่าใช้จ่ายได้มากนิยมยกความเสี่ยงมาที่ ทำประกันสุขภาพที่คุ้มครองโรคร้ายแรง ค่ารักษาโรคอย่าง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาว และโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือ SLE ที่ใช้นวัตกรรมทางการแพทย์ โดยใช้วิธี CAR-T Cell ในการรักษา เบื้องต้นประมาณหลักล้านในการรักษาเลยที่เดียว
Writer : Better Call Nika
อ้างอิงจาก :




ความคิดเห็น