เฝ้าระวังภาวะโรคไหลตาย หรือ Brugada Syndrome ภัยเงียบของชีวิต

ที่มาของชื่อ"ไหลตาย" สมัยก่อนในภาคอิสานภาวะไหลตาย เกิดขึ้นมากกว่าภาคอื่นในประเทศไทย ในสมัยก่อน เท่าที่จำความได้ จะมีความเชื่อเรื่องภาวะไหลตายในหมู่บ้าน โดยเชื่อว่า โรคไหลตายตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวอีสานเรียกว่าถูก "ผีแม่หม้ายมาเอาตัวไป" เนื่องจากมักเกิดขึ้นกับชายฉกรรจ์ที่ร่างกายแข็งแรงดีแต่เสียชีวิตกะทันหันขณะนอนหลับตอนกลางคืน ชาวบ้านจึงมีพิธีกรรมแก้เคล็ดเพื่อป้องกัน เช่น การทำหุ่นรูปผู้ชายหรือใส่เสื้อสีแดงหน้าบ้านเพื่อให้ผีเข้าใจผิดว่ามีคนตายแล้วหรือบ้านนี้มีเจ้าของ บางหมู่บ้านผู้ชายจะมาให้แม่หม้ายในหมู่บ้านผูกแขนให้ เป็นความเชื่อในสมัยก่อน แต่ปัจจุบัน ความเชื่อเหล่านี้ ไม่ค่อยมีแล้ว ประจวบกับการวินิจฉัยทางการแพทย์ ถึงสาเหตุของภาวะไหลตาย
ปัจจุบันเรามีข้อมูลมากขึ้น และพบว่าผู้ที่เสียชีวิตจากลักษณะดังกล่าว มักพบความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบที่เรียกว่า Brugada จึงเรียกกันว่า Brugada syndrome (บรูกาด้า ซินโดรม) กลุ่มอาการบรูการ์ดาเป็นภาวะหัวใจผิดปกติที่พบได้ยาก ซึ่งอาจทำให้ห้องหัวใจส่วนล่าง เต้นในจังหวะที่ผิดปกติ ส่งผลให้เป็นลมหรือหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน บางคนได้รับกรรมพันธุ์จากบิดาหรือมารดา แต่หลายคนไม่ทราบสาเหตุ พบได้บ่อยในชาวไทยที่มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบภาคอีสาน และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

โรคไหลตาย (Sudden Unexplained Nocturnal Death syndrome; SUNDS) คือ กลุ่มอาการที่มีการเสียชีวิตขณะนอนหลับโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของการนำไฟฟ้าหัวใจ หรือโครงสร้างหัวใจผิดปกติ
ภาวะหนึ่งที่เป็นสาเหตุของไหลตาย คือกลุ่มอาการที่เรียกว่า Brugada Syndrome (บรูกาดา ซินโดรม) ซึ่งเป็นี่ทางกรรมพันธุ์ชนิดหนึ่ง เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนที่ควบคุมการทำงานของไฟฟ้าในหัวใจ (channelopathy) ส่งผลให้ระบบนำไฟฟ้าในหัวใจผิดปกติ ทำให้คนไข้มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง หัวใจไม่สามารถบีบเลือดออกไปเลี้ยงร่างกายได้ มักเกิดขึ้นในระหว่างนอนหลับและเสียชีวิตในที่สุด
กลุ่มอาการบรูการ์ดา (BrS) เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดจังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติในห้องหัวใจส่วนล่าง (Ventricles) จังหวะการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอนี้ เรียกว่าภาวะหัวใจห้องล่างเต้นพลิ้วหรือสั่นกระตุกอย่างรวดเร็วและไร้ระเบียบ แทนที่จะบีบตัวเพื่อส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกาย (ventricular fibrillation หรือ v-fib)ซึ่งจะทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมองได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ คุณจะหมดสติ ภาวะ v-fib อาจนำไปสู่การเสียชีวิตเฉียบพลันจากหัวใจ ซึ่งมักเกิดขึ้นขณะที่คุณพักผ่อนหรือนอนหลับ ภาวะหัวใจหยุดเต้นอาจเป็นอาการแรกและเป็นสาเหตุที่ทำให้บางคนที่เป็นโรคนี้เสียชีวิตขณะนอนหลับ

ความผิดปกติทางพันธุกรรมเป็นสาเหตุของบรูการ์ดา ซินโดรม (Brugada Syndrome)ในบางกรณี แต่คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคนี้อาจไม่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ตรวจพบได้ คุณอาจมีความผิดปกติทางพันธุกรรมในยีน 1 ใน 18 ยีนขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่มักอยู่ในยีน SCN5A ความผิดปกติเหล่านี้รบกวนการนำสัญญาณการเต้นของหัวใจในหัวใจของคุณ การได้รับยีนที่ได้รับผลกระทบเพียงหนึ่งสำเนาจากพ่อหรือแม่เพียงคนเดียวก็สามารถถ่ายทอดโรคบรูการ์ดาได้ ลูกของคนใดคนหนึ่งที่มียีนที่เกี่ยวข้องกับโรคบรูการ์ดาจะมีโอกาส 50% ที่จะเป็นโรคนี้ด้วย
สมาชิกในครอบครัวทางชีวภาพคนอื่นๆ อาจต้องการตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมนี้ หากคุณมีญาติสายตรงที่เป็น บรูการ์ดา ซินโดรม (Brogada Syndrome) การเข้ารับการตรวจคัดกรองบรูการ์ดา ซินโดรม (Brogada Syndrome) จึงเป็นเรื่องสำคัญ ญาติสายตรงได้แก่ พ่อแม่ พี่น้อง และลูกของคุณ
อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งตระหนกตกใจจนเกินไปว่าตนเองจะเป็นโรคนี้ หรือเกิดการไหลตาย. คนที่เป็นโรคนี้จริงๆ พบได้ประมาณ 0.004%เท่านั้น และจากสถิติในประเทศไทย พบผู้ป่วย Brugada Syndrome ประมาณ 40 คน จากจำนวนประชากร 100,000 คน ข้อสังเกตคือ ส่วนใหญ่พบในชาวเอเชีย ประเทศไทย คนภาคอีสานมีโอกาสเกิดภาวะโรคไหลตายมากกว่าภาคอื่น พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และมักเป็นผู้ชายอายุน้อยช่วงอายุ 20 – 50 ปี

ใครบ้างเสี่ยงเกิดโรคไหลตาย
ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเสียชีวิตเฉียบพลันก่อนวัยอันควร หรือเคยมีอาการที่บ่งชี้ว่ามีโอกาสเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ผู้ที่เป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะตั้งแต่กำเนิด
ผู้ที่ตรวจพบคลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติชนิดบรูกาดา
เคยมีอาการหน้ามืดหรือหมดสติโดยไม่บสาเหตุมาก่อน
การวินิจฉัยภาวะโรคไหลตาย เบื้องต้น
ทำได้โดยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อดูลักษณะของคลื่นไฟฟ้าหัวใจว่าเข้าได้กับลักษณะของ Brugada Syndrome หรือไม่ อาจพิจารณาร่วมกับการ ตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography) เพื่อตรวจดูโครงสร้างของหัวใจว่าปกติหรือไม่ หรือแพทย์อาจแนะนำให้ ตรวจระบบไฟฟ้าในหัวใจโดยการใส่สายเข้าไปตรวจภายในหัวใจ (EP study) ในรายที่สงสัยว่ามีภาวะ Brugada Syndrome หรือ ตรวจทางพัทธุกรรม (Genetic testing) เพื่อดูการกลายพันธุ์ในสารพันธุกรรม หรือ การติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกติดตัว (Holter Monitoring) ตลอด 24 ชม.เป็นการตรวจติดตามภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

สามารถรักษาโรคไหลตายได้ย่างไร
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ แต่จะมุ่งเป้ารักษาผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแทน เพื่อไม่ให้เกิดโรคไหลตาย ได้แก่
การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า (Implantable Cardioverter Defibrillator: ICD) โดยฝังเครื่องไว้บริเวณหน้าอกด้านซ้ายซึ่งเครื่องนี้ทำงานด้วยการส่งกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นให้หัวใจเต้นกลับมาเป็นปกติ เมื่อมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดขึ้น
การจี้ด้วยไฟฟ้าผ่านคลื่นเสียงความถี่สูง (Electro Physiologic Study and Radiofrequency Ablation) รักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลจากการผ่าตัด ไม่ต้องใช้ยาสลบและไม่เจ็บตัวขณะที่ทำการรักษา
การใช้ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ ขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นผู้พิจารณา โดยอาจใช้เป็นการรักษาเสริมหลังผู้ป่วยผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจแล้ว

ภาวะโรคไหลตาย เป็นความเสี่ยงของชีวิตอย่างมาก เพราะโรคนี้แทบจะไม่มีอาการชัดเจน หากมีการตรวจสุขภาพประจำปีจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องการประคับประคองตามอาการได้บ้าง แต่ถ้าหากโรคนี้เกิดขึ้นฉับพลัน กะทันหันด้วยการจากไปและเกิดขึ้นได้ เป็นความเสี่ยงที่น่ากลัว อะไรที่ช่วยลดความเสี่ยงหากจากไป
หลายคนให้ความสำคัญ และตระหนัก ดั่งวลีที่ว่า "พรุ่งนี้ไม่มีอยู่จริง" ในมุมมองของประกันชีวิต คือการเตือนสติว่าความตายหรืออุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ความคุ้มครองการทำประกันชีวิต (ติดต่อสอบถาม) กับกรณีเสียชีวิตจาก โรคไหลตาย (Brugada Syndrome หรือ Sudden Unexpected Death Syndrome) "บริษัทประกันคุ้มครองและจ่ายเงินสินไหม" ตามทุนประกันชีวิตปกติ ถือเป็นการเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยกะทันหัน ไม่ใช่การฆ่าตัวตายหรืออุบัติเหตุพิเศษ และหากพ้นระยะเวลารอคอย (กรณีมีเงื่อนไขโรคร้ายแรงร่วมด้วย) หรือแถลงสุขภาพตามความจริงตั้งแต่วันทำสัญญา ผู้รับประโยชน์จะได้รับเงินสินไหมเต็มจำนวน

เงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้
การแถลงสุขภาพ: หากผู้เอาประกันไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่ามีความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือไม่เคยมีประวัติรักษาโรคไหลตายมาก่อน แล้วเกิดเหตุการณ์ขึ้น ประกันจ่ายปกติ
กรณียกเว้น (ปีแรก): หากเป็นการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายภายใน 1 ปีแรกนับแต่วันเริ่มสัญญา บริษัทประกันจะไม่คุ้มครอง (ตามกฎหมายและเงื่อนไขกรมธรรม์ทั่วไป) แต่โรคไหลตายไม่ใช่การฆ่าตัวตาย
การไม่ปกปิดประวัติ (สิ่งสำคัญ): หากผู้เอาประกันเคยตรวจพบโรคหัวใจหรือภาวะไหลตายมาก่อน แล้วปกปิดข้อมูลไม่แจ้งให้ บริษัทประกันชีวิต ทราบตอนสมัคร บริษัทอาจใช้สิทธิปฏิเสธการจ่ายสินไหมภายใน 2 ปีแรกตามกฎหมาย (โมฆียะ)
Writer : Better Call Nika
อ้างอิงจาก :




ความคิดเห็น